หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Re:Monster : DAY : 101-106

DAY 101

เช้าวันนี้เรายังคงออกเดินทางตามแผน ถึงแม้ว่าการที่ต้องกลายมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กคอยดูแลองค์หญิงจอมแก่นจะสร้างความวุ่นวายหลายสิ่งก็ตาม ในระหว่างทางเราพบรังของ Big Cocco อยู่ไม่ไกลจากถนนหลัก มันเป็นมอนเสตอร์ประเภทไก่มีขนาดตัวใหญ่และตัวสีเทา ดูแล้วพวกมันไม่น่าจะเป็นอันตรายอะไร แม้แต่ Skeleton horse ม้าโครงกระดูกที่ทำหน้าที่ลากรถพวกเราพวกมันก็ไม่น่าจะสามารถทำอันตรายได้

ความวุ่นวายที่องค์หญิงก่อขึ้นก็มีหลายอย่างเช่นไปป่วนสองสาวพี่น้อง และแบล็คสมิธซัง "เจ้าควรจะก้มหัวให้กับข้า" อะไรประมาณนี้คงเป็นเรื่องธรรมดาที่พบได้สำหรับเด็กที่เติบโตมาจากตระกูลราชวงศ์ นี่ถ้าไม่ใช่เป็นผู้ว่าจ้างของเรา ผมคงลงโทษเธอทันทีไปแล้ว





เรากลับมาพูดถึงมอนเสตอร์กันดีกว่า

เจ้า Big Cocco เป็นที่รู้จักกันดีในนามของ Misutenddo (????) มันเป็นเหยื่ออันโอชะสำหรับนักผจญภัยหน้าใหม่มักจะออกล่าในช่วงแรกเพื่อเก็บประสปการณ์ อย่างไรก็ตาม มอนเสตอร์ก็ยังเป็นมอนเสตอร์ หากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ปราศจากอาวุธเผชิญหน้ากับมันก็คงไม่ปลอดภัยและคงไม่สามารถปราบมันลงได้

ผมมักจะเอาปีกของเจ้า Big Cocco มาแหย่แกล้งองค์หญิง เพื่อที่จะทำให้เธอเลิกยุ่งกับผม แต่เธอก็ยังดื้อรั้นทำท่าเหมือนจะท้าทายผมอยู่ดี

เพื่อที่จะแยกเธอออกจากการป่วนผมสะที ในที่สุดผมเลยจับเธอโยนเธอให้เข้าร่วมการฝึกเล็กๆน้อยๆ ถ้าผมใช้สกิลเอ็นช้านและสกิลอันสุดยอดหลายๆอย่างที่ผมมี สำหรับคู่ต่อสู้ที่เป็นแค่ Misutenddo อาจจะรับประกันว่าองค์หญิงจะไม่ได้รับบาดเจ็บได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีความเสี่ยงอะไรเลยสะทีเดียว อุบัตติเหตุหรือการสูญเสียดวงตาก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

ดังนั้นผมคิดว่าจับคู่เธอกับสัตว์กระดูกเลเวลอ่อนด๋อยที่สุดที่ผมสร้างขึ้นมาเอง แต่ความแกร่งของผมในตอนนี้แม้แต่สัตว์กระดูกที่เลเวลน้อยที่สุดที่ผมสร้างขึ้น ก็อาจทำให้เธอบาดเจ็บได้ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจจะถึงตายก็ได้

คิดดูอีกที อุบัติเหตุที่องค์หญิงอาจจะเจอเมื่อต่อสู้กับ Misutenddo กลายเป็นเหมือนแค่โดนมีดทำครัวบาดมือเท่านั้นเอง


พฤติกรรมส่วนตัวขององค์หญิงนั้นจัดว่าค่อนข้างมีปัญหา ถึงแม้ว่ามันจะไม่เกี่ยวกับผมสักเท่าไหร่ แต่มันถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องคอยดุและว่ากล่าวเด็กๆถ้าพวกเขาทำอะไรที่เสี่ยงอันตราย

เธอพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนดุโดยใช้สถานะเชื้อพระวงศ์ของเธอ ผมจึงทำให้เธอเข้าใจใหม่ซะว่าการใช้สถานะการเป็นเชื้อพระวงศ์นั้นไม่ได้มีผลอะไรต่อตัวผม หลังจากทำให้เธอเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ผมก็สั่งสอนเธอว่าในเมื่อเธอเป็นเชื้อพระวงศ์เธอก็ควรจะมีมารยาทและมีวินัยเป็นอย่างดี

มีคำกล่าวว่า เด็กที่ทำตัวไม่ดีจะต้องโดนตี และ คนที่ทำตัวดีก็จะได้รับรางวัลเป็นการลูบหัว

อีกคนหนึ่งที่ผมใช้วิธีนี้ด้วยก็มีสาวน้อยผมแดง ถึงแม้ว่าผมไม่เคยคิดจะลงโทษเธอด้วยการตีก็ตาม....


ผมนี่ไม่รู้เลยว่าทำไมอัศวินหนุ่มถึงให้ความนับถือองค์หญิงนัก หรือผมควรจะคิดว่าองค์หญิงอาจจะมีพลังลึกลับพิเศษอยู่ หรือกุมความลับสำคัญอะไรบางอย่างอยู่ก็เป็นได้

แทบไม่น่าเชื่อ จะมีใครคิดบ้างว่าองค์หญิงที่เป็นถึงเชื่อพระวงศ์จะถูกเลี้ยงดูเติบโตมาโดยรู้จักโลกภายนอกน้อยมาก เธอไม่เข้าใจจิตใตผู้อื่่น ตลอดจนไม่เข้าใจถึงเรื่องสามัญสำนึกทั่วๆไป การที่เธอเดินดุ่มๆเข้าไปใกล้ๆพวกมอนเสตอร์ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่รู้ว่าการต่อสู้กับมอนเสตอร์นั้นมีความเสี่ยงและอันตรายขนาดไหน มันเหมือนกับตอนที่เด็กๆเห็นสุนัขตัวเป็นๆครั้งแรกจากที่พวกเขาเคยเห็นมันแต่จากในหนังสือ และเดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อจะลูบหัวมันเพราะไม่มีใครบอกว่ามันอันตราย

ในระหว่างที่กำลังครุ่นคริดในใจอยู่ว่าควรจะปกป้องเธอแบบมดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมจนกว่าพวกเราจะเดินทางไปถึงปราสาท ผมก็ตัดสินใจว่าน่าจะเป็นการดีที่สุดที่จะปล่อยให้เธอได้ใช้เวลาที่อยู่ในโลกภายนอกอย่างมีความสุขที่สุด เนื่องจากสถานะองค์หญิงของเธอ เธออาจจะไม่สามารถได้ทำแบบนี้อีกในอนาคต

อยู่ๆก็มีความคิดชั่วร้ายแว๊บเข้ามาในใจผมและผมก็รีบสะบัดมันทิ้งไปในทันที เพราะถึงแม้ว่าในทางเทคนิคแล้วเธอจะมีอายุมากกว่าผมอยู่มาก (โรวอายุ 3 เดือนกว่า) แต่การที่จะไม่แตะต้องเธอจนกว่าจะกลายเป็นสาวโตเต็มวัยนั้นดีที่สุด

ถึงแม้ว่าในยามที่เธอยิ้มและหัวเราะ นั้นแทบจะทำให้ผมต้องยิ้มตอบอย่างกับทำตามคำสั่งของเธอ และเธอมักจะพูดให้ผมขำว่าเธอจะเป็นสุดที่รักของผมในอนาคต

และเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอรู้สึกเหนื่อย เธอจะเข้ามาหาผม ปีีนขึ้นมาข้างหลัง และรอจนกระทั่งผมยกเธอขึ้นมานั่งอยู่บนไหล่ เรื่องนี้เท่านั้นที่ผมต้องยอมเธอ รู้สึกเหมือนบ่าของผมจะกลายเป็นที่นั่งพิเศษเฉพาะองค์หญิงไปซะแล้ว พอเหนื่อยเธอก็จะอยู่เงียบๆและชอบที่จะเล่นซนกับผมของผม และทำตัวน่ารักน่าเอ็นดู ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร อย่างน้อยที่สุดเธอก็ดูเป็นเด็กดีในเวลาที่เธอไม่ก่อปัญหาน่ะนะ

พอผมลองที่ทำท่าไม่สนใจเธอ เธอก็จะโวยวายงอแงทันที....

สาวน้อยนั้นมักจะหลงไหลในผู้ชายแข็งแกร่ง พับเผื่อสิผมคงต้องระวังอันตรายทีอาจเกิดขึ้นสะแล้ว


สำหรับตอนนี้ผมอณุญาติให้เธอนั่งอยู่บนไหล่ของผมอย่างเป็นทางการตลอดระยะเวลาการเดินทาง ภาพลักษณ์ของเราทั้งคู่อาจจะดูเด่นละมั้ง ถึงขนาดที่พ่อค้าและนักเดินทางที่เดินทางผ่านขบวนรถเรานั้นต่างจ้องมองมาที่ผมด้วยสีหน้าประหลาดใจกันทุกคน เนื่องจากองค์หญิงนั้นยังเด็กการร้องเพลงระหว่างเดินเพื่อสร้างความบันเทิงให้เธอไม่เบื่อนั้นจึงจำเป็นและเพื่อไม่ให้เธอไปก่อความวุ่นวายที่อื่น การที่เธอนั่งอยู่บนหัวไหล่ของผมนี่แหละดีที่สุดแล้ว

อีกด้านหนึ่งทางด้านอัศวินหนุ่มน้อย อัลเคมิสจังกับแดมมิจังก็เย้าแหย่หยอกหนุ่มน้อยด้วยท่าทางต่างๆ เด็กหนุ่มที่น่าสงสารตกเป็นของเล่นของพวกเธอไปตลอดทั้งวัน ดูท่าพวกเธอจะสนุกกับหนุ่มน้อยอินโนเซ้นสินะ แต่นี่ไม่ใช่ว่าผมจะรู้สึกหึงกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้หรอกนะ


คืนนี้พวกเราตั้งแคมป์พักอยู่ข้างๆถนนหลวง

DAY 102

ยังไงล่ะ วันนี้มีเรื่องยุ่งๆตั้งแต่เช้า

องค์หญิงจอมแก่น กับ อัศวินหนุ่มน้อย เกิดอยากจะเข้าร่วมในการฝึกซ้อมช่วงเช้า ผมจะไม่ว่าอะไรเลยถ้ามีเพียงแค่อัศวินหนุ่มต้องการจะเข้าร่วมฝึกซ้อมด้วย แต่องค์หญิงดันอยากจะมีส่วนร่วมด้วยนี่สิ พวกเขาพูดทำนองว่า "พวกเราเองก็อยากเรียนรู้วิธีต่อสู้ด้วย" หรือทำนองว่า "ลองสู้กับเราดูซิ" ผมก็พยายามที่จะไม่สนใจแล้วนะ แต่ก็ถึงขีดจำกัดละ

เพราะว่าไม่สามารถปฎิเสธเธอได้ ผมเลยลองคิดหาทางทำอะไรบางอย่างเพื่อที่ไม่ให้เธอได้รับบาดเจ็บ เพราะถ้าไฝว้กับผมแค่ผมดีดนิ้วใส่เธอก็ถึงตายได้แล้วและผมก็ไม่ได้อยากจะทำอย่างนั้นสะด้วยสิ

ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ แต่ผมก็คาดการณ์เอาใว้แล้วว่าเรื่องแบบนี้มันอาจจะเกิดขึ้น ผมได้วานให้คู่สองสาวพี่น้องทำเกราะฝึกซ้อมสำหรับองค์หญิงเผื่อเอาใว้แล้ว

เพื่อความแน่ใจผมใช้สกิลเสริมความแกร่งความต้านทานทางกายภาพขั้นสูงใส่ชุดฝึกซ้อมของเธอ หลังจากสวมชุดนี้ต่อให้เป็นร่างกายอันบอบบางของเธอ ในตอนนี้ต่อให้ผมตบแปะเธอเบาๆเธอก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดใดแล้ว จากนั้นผมให้อัศวินหนุ่มจับคู่ฝึกซ้อมกับองค์หญิง เพราะผมรู้ดีว่าเขาจะต้องออมแรงให้มากที่สุดเพื่อเป็นคู่ซ้อมให้องค์หญิง
ดังนั้นจึงถือว่ามีความเสี่ยงน้อยที่สุดมากกว่าอย่างอื่นแน่นอน ในตอนนี้องค์หญิงที่เหวี่ยงดาบไม้ไปมาโดยยังไม่มีการฝึกหัดน่าจะเป็นประเด็นหลักที่น่าเป็นห่วงมากกว่า

หลังจากเริ่มทำการซ้อมต่อสู้ไปสักพัก อัศวินหนุ่มเริ่มที่จะทำการตอบโต้กลับบ้างนิดๆหน่อยๆ จากที่มองดูท่วงท่าการเคลื่อนไหวของเขาสมกับที่เป็น [Job] อัศวินจริงๆ


จริงๆแล้ว ด้วยวิถีของแต่ละ [Job] ก็จะช่วยเพิ่มทักษะความสามารถให้กับเราได้ และด้วยการต่อสู้กับมอนเสตอร์เก็บเลเวลเพิ่มจะทำให้คุณเติบโตแข็งแกร่งขึ้นมากขึ้น สำหรับอัศวินหนุ่มน้อยนี่ดูจากลักษณะการเคลื่อนไหวดูท่าจะเป็นพวกสายป้องกัน และด้วยความสามารถและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย ตอนนี้เขามีความสามารถพอที่จะต่อสู้กับโอเก้อทั่วๆไปได้เลย it comes down to one's ability to use the sword abilities that pertain to one's [Arts] and one's [Profession]. (ไม่รู้จะเรียงคำภาษาไทยยังไง)

โดยปรกติแล้วคนอื่นๆจะมุ่งมั่นแต่การเก็บประสปการเพิ่มเลเวลของตนเอง แต่ดูเหมือนอัศวินหนุ่มนี่จะไม่เป็นเช่นนั้น แลดูเหมือนเขาจะมุ่งมั่นดูแลและทำตัวเป็นครูฝึกให้แก่องค์หญิงมากกว่า เขาฝึกซ้อมต่อสู้กับองค์หญิงแบบเบาเบา เหวี่ยงดาบแบบง่ายๆให้องค์หญิงสามารถตั้งรับได้

ถึงอย่างนั้น คุณสามารถเห็นได้เลยว่าอัศวินหนุ่มนั้นตั้งใจฝึกซ้อมให้กับองค์หญิงอย่างมาก ดูท่าเขาจะฝึกองค์หญิงอย่างหนักน่าดูถึงขนาดองค์หญิงนั้นมีเหงื่อท่วมตัวไปหมด แต่ดูเหมือนองค์หญิงเองจะสนุกกับมันนะ ผมว่าเป็นแบบนี้มันก็อาจจะดีสำหรับพวกเขาในวันข้างหน้าน่ะนะ

ซึ่งผมคิดว่า สาเหตุที่อัศวินหนุ่มตั้งใจฝึกฝนองค์หญิงนั้นก็เพื่อตัวองค์หญิงเองในอนาคตและอยากให้มั่นใจในความปลอดภัยขององค์หญิงเองด้วย


หลังจากฝึกซ้อมเช่วงเช้ากันเสร็จ แดมมิจัง สาวน้อยผมแดง วินด์เดมอนจัง [โอนิ,ปีศาจ] และองค์หญิงพากันไปว่ายน้ำล้างตัวกันที่แม่น้ำใกล้ๆ หลังจากที่พวกผู้หญิงอาบเสร็จแล้วค่อยถึงคิวพวกผู้ชาย และดูเหมือนว่าองค์หญิงอยากจะให้ผมตามไปคุ้มครองเธอที่ริมแม่น้ำด้วย เห้อช่วยไม่ได้นะ อย่างน้อยผู้หญิงคนอื่นๆก็ไม่ได้ว่าอะไรกับการที่ผมจะอยู่ด้วยน่ะ

แม่น้ำใสแจ๋วสะท้อนเห็นท้องฟ้าปรากฎอยู่บนผิวน้ำ ทิวทัศน์บริเวณรอบๆก็ดี อีกทั้งท้องทุ่งและถนนที่มุ่งหน้าไปยัง Sternbild Kingdom อาณาจักรเสติร์นไบน์ นั้นก็ไม่มีอะไรที่ต้องให้เรากังวล มอนสตอร์ในป่านั้นอันตรายกว่ามาก และตลอดเส้นทางนี้ไม่มีมอนเสตอร์ตัวไหนที่แข็งแกร่งไปกว่า ไฮด์แบร์

ในเมื่อเส้นทางหลวงที่เราเดินทางนั้นสั้นที่สุดแล้ว พวกเราเห็นพ้องกันว่าจะเดินทางเที่ยวไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงเมืองหลวง

ผมกางแผนที่ของอัศวินหนุ่มดู ป่าที่พวกเรานั้นดูเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับ <<Shirisuka Forest>> ในแผนที่นั้นลงรายละเอียดว่า เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของมอนเสตอร์หลากหลายชนิด ขึ้นชื่อด้วยน้ำตกขนาดใหญ่และบ่อน้ำพุร้อน ในแผนที่ยังระบุสถานที่ต่างๆอีกเช่น ถิ่นที่อยู่ของเผ่า Fomor ซึ่งเป็นเผ่าพันธ์ยักพิเศษชนิดหนึ่ง รายละเอียดของหมู่บ้านนายช่ายที่พวกเราเดินทางผ่านก่อนจะถึงเมืองป้อมปราการ Trient รายละเอียดของภูเขาหลายลูก และสถานที่ตั้งของดันเจียนอันตรายต่างๆก็มีอยู่บนแผนที่เช่นกัน ซึ่งดันเจี้ยนพวกนี้ดูเหมือนจะสร้างความลำบากให้กับบริเวณรอบๆอยู่ทีเดียว แน่นอนว่ามันไม่ใช่ธุระหรือเกี่ยวอะไรกับผมอยู่แล้ว ยกเว้นแต่ว่าจะมีคนอยากจ้างผมนะ



ผมกำลังพิจารณาดูแผนที่ถึงเส้นทางที่เราเดินทางมา ระหว่างนั้นเราพบเข้ากับฝูง Boruforu แต่จำนวนมันมีไม่มากพอที่จะให้เป็นอาหารเลี้ยงทุกคนในขบวนได้ ผมเลยปล่อยให้เจ้าพวกสัตว์เลี้ยงของเราออกล่าเพื่อกินเป็นอาหารของพวกมันซะ และผมก็นั่งดูแผนที่ต่อ ผมพบว่าพวกเราเดินทางออกจากป่ามาตามเส้นทางหมายเลข 13 ตรงไปยังเมือง Trient และในตอนนี้พวกเราอยู่บนเส้นทางหมายเลข 7 ที่เป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเดินทางไปยังเมืองหลวง


ตั้งแต่ที่ผมรับภารกิจนี้มาทำ ผมก็วางได้แผนสำหรับการหลบหนีออกจากเมืองหลวงเผื่อเอาใว้หากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยขึ้น ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคงจะมีเพียงผมกับออก้าคิจิเท่านั้นทีแข็งแกร่งพอจะรอดไปได้ แดมมิจังและสมาชิกคนอื่นๆที่เป็นเดมอนก็มีโอกาศที่จะหลบรอดมาได้ แต่หากต้องต่อสู้กับกองทัพหลวงเต็มอัตราพวกเราคงจะต้องสูญเสียสมาชิกหลักๆไปหลายคนระหว่างการหลบหนีอย่างแน่นอน ด้งนั้นผมต้องระวางแผนเตรียมพร้อมและระมัดระวังให้ดีที่สุด

แต่สำหรับตอนนี้พวกเราอยู่ในฐานะคณะคุ้มกันขององค์หญิงเพื่อไปยังเมืองหลวง และตราบใดที่เรายังมีสถานะดังกล่าว คงไม่มีความเสี่ยงที่จะโดนโจมตีจากการนักผจญภัยคนอื่นๆ ผมว่าผมเริ่มจะจินตนาการในแง่ร้ายมากเกินไปละ แต่เราก็ควรระวังเอาใว้ก่อนเมื่อเดินทางไปยังที่ที่เราไม่รู้จัก


ผมพยายามจะพูดคุยกับอัศวินหนุ่ม แต่ดูเหมือนเขาไม่ค่อยกล้าที่จะพูดกับผมสักเท่าไหร่ มันอาจจะเป็นเพราะเจ้าหญิงก็ได้ซึ่งตอนนี้เธอก็ปีนขึ้นมานั่งบนไหล่ผมอีกละ

อย่างไรก็ตาม พวกเรายังคงมุ่งหน้าไปสู่ที่หมายได้ด้วยดี ถึงแม้ว่าถนนหนทางนั้นจะแลดูทรุดโทรมแสดงให้เห็นถึงระยะเวลาอันยาวนานของมัน แต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร

DAY 103
ในตอนเช้าพวกเราเดินทางมาถึง Shirisuka Forest ป่าชิริซึกะ ป่าแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่ผมยังไม่เคยกินมาก่อน ช่างเป็นโอกาศที่ดีนัก นั้นทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

ในป่าแห่งนี้มีพวกมอนเสตอร์หลายสปีชี่ ไ่มว่าจะเป็นสปีชี่สัตว์ใหญ่หรือพวกแมลง โดยส่วนมากพวกมันอาศัยอยู่ตามลำธารและบริเวณบึงใหญ่ในส่วนลึกของป่า ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมอนเสตอร์ประเภทครึ่งบกครึ่งน้ำ

เหล่ามอนเสตอร์ที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ที่ผมได้ยินมาก็มี

Red Lizard มันมีกรงเล็บขนาดใหญ่สีแดง มีเกล็ดตามตัวที่ร้อนระอุด้วยอุณภูมิสูง

Guriforundo มอนเสตอร์รูปร่างเสื้อชีต้า ที่สามารถปล่อยไฟออกจากหางและกรงเล็บได้

Kelpie ม้าที่มีรูปร่างคล้ายๆกับกบผอมๆ มีเกล็ดสีน้ำเงินอ่อนอยู่ข้างหลังของขาทั้งสองข้าง และมีหางที่หนา เอ่อ มอนเสตอร์แปลกๆตัวนี้น่าสนใจดีจริงๆ


Crystal Crocodile จระเข้คริสตัล มอนเสตอร์ที่มีลำตัวยาว 8 เมตร ที่มีกรงเล็บและผิวหนังเป็น ควอร์ทคริสตัล

Ness Frog มอนเสตอร์สายพันธ์กบตัวสีเหลืองและลวดลายพิษสีม่วง

Rock-turtle Frog มอนเสตอร์สายพันธ์กบ ที่มีกระดองรูปร้างคล้ายหินน้ำหนักไม่มากนักสวมอยู่บนหัว

Silent Mosquito มอนเสตอร์สายพันธ์ดูดเลือด มันคือยุงตัวขนาดประมาณ 10 เซนติเมตร

Shell Grasshopper มอนเสตอร์สายพันธ์แมลง มันมีความเร็วอย่างมาก และมักจะสุ่มเข้ามาโจมตีคุณเป็นบางเวลา


คราวนี้แหละผมจะได้เห็นมันด้วยตาตัวเอง เพื่อความรวดเร็วผมให้ คุมะจิโร และ คุโรซาบุโร และคนอื่นๆแยกย้ายกันออกไปจับพวกมันมา ในระหว่างนั้นมีหลายครั้งที่เราจับสัตว์ใหม่ๆได้ แต่ผมก็ไม่ได้สกิลอะไรจากการที่กินพวกมันเข้าไปเลย

จากนั้นพวกเจ้ายุงยักษ์และตั๊กแตนกระดองจำนวนมาก ต่อด้วยกบเหลือง มอนเสตอร์หลายสายพันธ์ได้เข้าโจมตีพวกเรา เพราะงั้นผมจึงฆ่าและกินพวกมันทั้งหมดจดไม่เหลือชิ้นส่วนสักนิดเลย

ถึงมอนเสตอร์พวกนี้จะเป็นเหมือนแค่น้ำจิ้มเท่านั้น แต่น่าตกใจเหมือนกันในหมู่เจ้าพวกนี้ตั๊กแตนกระดองกลับสร้างความลำบากให้เราน่าดู

ถ้าจะอธิบายก็คือ ในการที่จะจับเจ้าตั๊กแตนกระดองได้ เราต้องจับที่หัวของมันในตอนที่มันพุ่งเข้าชน ผมเองก็ยังต้องเสริมพลังของตนเองด้วยสกิลหลายอย่างเพื่อจับมัน หรืออีกวิธีแต่ต้องเป็นคนที่มีสายตาดีมากๆอย่างแดมมิจัง หลบหลีกการโจมตีและจับมันในขณะที่มันบินอยู่กลางอากาศ ในตอนนั้นเองก็มีหลายครั้งที่การโจมตีมุ่งไปยังสาวๆคนอื่นๆอย่าง แบล็คสมิธจัง หรือ องค์หญิง แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ไม่ได้รวดเร็วอะไรนักถ้าหากผมเอาจริงเพราะอย่างนั้นมันก็เลยไม่เป็นปัญหาอะไร ถึงจะพูดอย่างนั้นเจ้าตั๊กแตนพวกนี้ก็ยังน่ารำคาญอยู่ดี

ตั๊กแตนกระดองจำนวนหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีม้ากระดูกที่ใช้ลากรถ อย่างไรก็ดีความแข็งแกร่งของม้ากระดูกอยู่ในระดับที่ตั๊กกระแตนกระดองไม่สามารถสร้างความเสียหายให้ได้ แต่เจ้าตั๊กแตนกระดองเองก็แข็งน่าดูที่สามารถทนต่อแรงกระแทกในขณะที่พุ่งเข้าชนม้ากระดูกอย่างรวดเร็วได้ ผมคิดว่าบางทีเราอาจสามารใช้เจ้าพวกนี้มาใช้เป็นแทนกระสุนปืนก็ได้นะ

ที่จริงแล้วพวกมันนั้นท่าทางจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากทีเดียว หากเรามีพวกตั๊กแตนกระดองจำนวนมากพอ เราสามารถใช้พวกมันแทนกระสุนบุกยิงใส่กำแพงเมืองได้ และทันทีที่กำแพงเมืองถล่มลง เราสามารถบุกเข้าไปถล่มให้กลายเป็นเมืองในกองเพลิงได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับตอนนี้ ผมให้ความสำคัญกับลูกๆที่กำลังจะเกิดและการผูกสัมพันธ์กับเหล่าเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักร Sternbild Kingdom.


มอนเสตอร์ที่พวกเราจับได้ กลายมาเป็นอาหารมื้อเที่ยงแสนอร่อย และสำหรับเจ้ากบเหลืองที่พวกเราจับได้ เพราะว่ามันมีพิษอันรุนแรงจึงมีเพียงผมเท่านั้นที่สามารถกินมันได้ เนื่องจากอาชีพ [Job - Noir Soldier] บางทีสาวน้อยผมแดงก็อาจจะกินมันได้บ้างนิดหน่อยเหมือนกัน

มันก็ไม่ถึงกับไม่สามารถถอนพิษจากเจ้ากบเหลืองได้ ผมเลยให้สาวน้อยผมแดงกินด้วยนิดหน่อย

ด้วยเหตุนี้ ผมได้กินอาหารจำนวน จากการที่พวกเราออกไปรวบรวมมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้


Ability unlocked [Epidemic Scatter] การระบาด,แพร่กระจาย

Ability unlocked [Disease Carrier] พาหะนำโรค

Ability unlocked [Burning Claw] กรงเล็บเพลิงเผาไหม้

Ability unlocked [Refractory Mucus Secretion] เมือกเหลวป้องกันไฟ

Ability unlocked [Plague Infection] การทำให้ติดโรคระบาด

Ability unlocked [Hard-Head] หัวแข็ง

Ability unlocked [Head-Butt] หัวโขก

Ability unlocked [Silent Flight] การบินไร้เสียง

Ability unlocked [Weak Intimidation] การข่มขู่แบบอ่อน

Ability unlocked [Variable Temperature Weakness] ปรับเปลี่ยนอุณภูมิ ??


ทันทีที่พลังร่างกายและได้สกิลเพิ่มขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่ผมพึงพอใจมากที่สุด

ผมเผยรอบยิ้มด้วยสีหน้าพึงพอใจ

ในตอนนั้นเองที่องค์หญิงมองผมด้วยสีหน้างุนงง

คงสงสัยว่าทำไมผมถึงใส่ใจกับการออกล่ามอนเสตอร์หลากหลายสายพันธ์แตกต่างกัน และทำไมพวกมันส่วนมากก็เล็งเป้าหมายมาเฉพาะที่ตัวผม

คำตอบของผมนั้นธรรมดามาก แค่เพราะว่าผมต้องการฆ่ามัน หรือเพราะว่าพวกมันก็ต้องการฆ่าผม อะไรทำนองนั้นนะ

เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น ฆ่าหรือถูกฆ่า ผู้รอดชีวิตจะเติบโตขึ้น ถ้าพบศัตรูที่แข็งแกร่งจงสู้และฆ่ามัน กินมันเพื่อบรรเทาความหิวโหย และเติบโตแข็งแกร่งขึ้นจากการกิน นี่เป็นกฎของธรรมชาติที่ผมยินดีน้อมรับอย่างเต็มที่


ผมหลีกเลี่ยงไม่ให้คนอื่นคิดว่าจริงๆแล้วผมกินทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้ทักษะใหม่ๆ จริงๆมันก็เป็นสามัญสำนึกอยู่แล้วที่ผมจะต้องรับผิดชอบกินชีวิตที่ผมช่วงชิงมันมาและได้รับทักษะของพวกมัน มันแทบจะกลายเป็นพิธีกรรมหลังการล่าของผมในสายตาของพรรคพวกในกลุ่มไป และพวกเขาก็ไม่ได้สนใจมันซะแล้ว ถึงผมจะนั่งกินกระดองแข็งๆของเหยื่อของผม มันก็กลายเป็นภาพที่ไม่แปลกตาสำหรับพวกเรา

หลังจากได้ฟังคำอธิบายของผม องค์หญิงก็เงียบและเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่และแสดงสีหน้าประหลาดใจ ผมบอกเธอว่าพวกเราทุกคนเปลี่ยนแปลงเมื่อเติบโตแข็งแกร่งขึ้น ดูเหมือนว่าเธอกำลังครุ่นคิดในคำพูดนี้อยู่

สำหรับตอนนี้ พวกเราฆ่ามอนเสตอร์ทุกตัวที่เข้ามาโจมตีเราและมุ่งหน้าเข้าไปยังในป่า



ผลลัพการ ผสาน,สังเคราะห์ วันนี้

[Dissonance] + [Panic Voice] = [Voice of Death] เสียงประหลาด+เสียงตื่นตระหนก = เสียงแห่งความตาย

[Shell Defense] + [Shell Retreat] + [Adamantine Spider's Carapace] = [Fuwa Castle Shell] เปลือกป้องกัน+ถอดเปลือง+เปลือกแมงมุมอาดามันไทท์ = เปลืองแข็งปราสาทฟุวะ

[Presence Sensor] + [Recognition Obstruction] + [Sneaking] = [Recognition Difficulty] ตรวจจับ+รับรู้สิ่งกีดขวาง+แอบสะกดรอย = สะกดรอยยากต่อการรับรู้

[Surging Combat Instinct] + [Survival Instinct] = [Berserker Mode] ระเบิดสัญชาติญาณต่อสู้+สัญชาติญาณการเอาชีวิตรอด = เบอเซอร์เกอ์โหมด , ภาวะนักรบคลั่ง

DAY 103.5

คุมะจิโร่

คุมะ ~ ออกล่าอาหารกับเจ้านาย

คุมะ ~ สนุกจริงๆ ตื่นเต้นเหมือนตอนออกล่าในป่าครั้งแรก , รู้สึก 14 อีกครั้ง

นี่เป็นครั้งแรกที่คุมะออกล่าเหยื่อได้มากขนาดนี้

คุมะ ~ เดินทางกลับบ้านโดยแบกกิ้งก่าแดงอยู่บนข้างหลังคุมะ เจ้านายชมคุมะด้วยล่ะ


คุโรซาบุโร่ และ คุมะ ล่าได้มากขึ้นเมื่อพวกเราออกล่าด้วยกัน คุมะ และ คุโรซาบุโร่ ได้รับคำชมเชยมากขึ้น :3

คุโรซาบุโร่ และ คุมะ ~ วันนี้เราล่าได้เยอะที่สุด เจ้านายชม คุมะ~

คุมะ~ ได้กินอาหารอร่อยๆ

คุมะ~ ง่วง คุมะ~ กลับเข้าไปนอนในบ้านโครงกระดูก

ในขณะที่หลับอยู่ ก็รู้สึกอุ่นๆ คุมะ~ เริ่มร้อน

คุมะ~

[ Kumajiro level Increased ] เลเวลอัพ ~

[ คุมะจิโร่และคุโรซาบุโร่ร่วมมือกันได้ดีขึ้น ]

[ คุมะจิโร่ตัวใหญ่ขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น ]


โฮก ~

DAY 104

เป็นเวลาที่พระอาทิตย์โผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า หลังจากเดินทะลุผ่านป่ามาได้สักพักพวกเราเดินทางมาถึงยังหมู่บ้านมาสัน Mason Village ที่เมืองนี้ประชากรส่วนใหญ่นั้นเป็นมนุษย์ เนื่องจากผมเป็นโอเก้อโดยปรกติแล้วจะถูกมองอย่างหวาดกลัวและรังเกียจจากผู้คน แต่การที่องค์หญิงนั่งอยู่บนไหล่ผมอาการเหล่านั้นดูเหมือนจะลดลงไปเยอะทีเดียว บางทีพวกเขาอาจจะคิดว่าผมคงเป็นสัตว์เลี้ยงของเธออะไรประมาณนั้น

ตัวองค์หญิงนั้นมีแหวนเวทมนต์ที่มีตราแกะสลักและมีเวทมนต์ปิดผนึกอยู่ เธอเคยบอกผมว่านั่นคือสัญลักษณ์ประจำตระกูลราชวงศ์ มันไม่สามารถสวมใส่ได้โดยบุคคลที่ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์และเมื่อสวมแล้วก็ไม่สามารถถอดออกได้ มันสลักด้วยคำสาปอันทรงพลังที่จะสาปศัตรูในบริเวณรอบๆของผู้สวมใส่ทันทีที่ผู้สวมใส่ถูกฆ่า

ด้วยแหวนสัญลักษณ์แห่งเชื้อพระวงศ์นี้ ทำให้องค์หญิงสามารถออกคำสั่งแก่ชาวบ้านได้

ผมรู้สึกประหลาดใจ นี่เป็นหมู่บ้านที่สวยงามเต็มไปด้วยชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ด้วยศักดิ์ขององค์หญิงพวกเขาทุกคนก้มหัวให้ตลอดทางที่พวกเราเดินผ่าน

หากเทียบกันแล้วประเภณีเหล่านี้ดูเหมือนจะคล้ายๆกับที่เหล่าซามูไรให้ความเคารพแก่เจ้านายของพวกเขา

จากนั้นผมถูกเชิญให้เข้าไปพักที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน และเป็นที่ที่พวกเราจะพักกันคืนนี้ หัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาดูท่าจะยังหวาดกลัวกับรูปลักษณ์ของผมอยู่ ดังนั้นผมเอาผลไม้และเห็ดที่เก็บมาจากป่าชิริซึกะออกมาให้พวกเขาเป็นของขวัญ

ผมพยายามลองพูดคุยเล่นๆกับพวกเขา เหมือนตอนที่ผมคุยเล่นกับ คุมะจิโร่ และ คุโรซาบุโร่

หลังจากใช้เวลาสักพัก ผมก็สามารถทำให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลง และเริ่มพูดคุยเล็กน้อยๆเกี่ยวกับเรื่องในหมู่บ้านกับเขา

การสนทนาทำนองนี้นั้นมีส่วนสำคัญในการเพิ่มภาพลักษณ์ต่อสาธารณะน่ะนะ

หลังจากพูดคุยกันไปราวๆสองชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็ไม่รู้สึกเกร็งกับรูปลักษณ์ของผมแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านขอให้เขาได้เป็นคนนำทางพาผมไปชมน้ำตกที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของหมู่บ้านนี้

จริงๆแล้วผมก็วางแผนว่าจะไปที่นั่นอยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงยินดีที่จะให้เขาเป็นผู้นำทางผมไป

เนื่องจากผมไม่ได้รีบร้อนอะไรที่จะไปอาบน้ำและแช่ในบ่อน้ำพุร้อน ดังนั้นผมจะไปชมน้ำตกสะก่อน

สถานที่ที่น้ำตกตั้งอยู่นั้นอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน เดินผ่านถนนเล็กๆออกมาจากหมู่บ้านนิดหน่อยก็จะพบกับน้ำตกสูงใหญ่ขนาดมหึมาประหนึ่งน้ำตกนั้นเป็นน้ำที่ร่วงหล่นลงมาจากสวรรค์ ต่อหน้าธรรมชาติอันยิ่งใหญ่พวกเราชื่นชมไปกับทิวทัศน์นั้นโดยไม่รู้ หัวหน้าหมู่บ้านเล่าให้ผมฟังว่าน้ำที่ตกลงมาจากด้านบนจากน้ำตกขนาดใหญ่แห่งนี้นี้มีความสูงมากกว่าสองร้อยเมตรทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้า ผมรู้สึกดีและใช้เวลาไปกับการชื่นชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่และความงดงามของธรรมชาติ

แต่กระนั้น [Presence Sensor] สกิลตรวจจับของผมค้นพบสิ่งมีชีวิตมหึมานอนอยู่ภายใต้น้ำตกนี้ แต่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร

ผมตัดสินใจถามหัวหน้าหมู่บ้านดูน่าจะดีที่สุดว่าสิ่งที่ผมเห็นนั้นมันคืออะไร

ดูเหมือนว่าสิ่งมีชีวิตที่ผมรู้สึกถึงนั้นจะเป็นเหมือนผู้พิทักษ์ประจำน้ำตกแห่งนี้ บอสคลาส สปีชี่ของเจ้าไก่ Big Coccos มันมีลักษณะเป็นมิตรตราบใดที่ไม่ไปโจมตีมัน และดูเหมือนว่าจะมีมอนเสตอร์ประเภทมังกรอยู่ในน้ำตกแห่งนี้เช่นกัน แต่โดยปรกติแล้วมันมักจะจำศีลอย่างสงบนิ่งอยู่ในนั้น

เมื่อจัดการรักษาความปลอดภัยให้องค์หญิงแล้ว ทีนี้ผมก็สามารถจะแช่น้ำร้อนได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ บ่อน้ำพุร้อนของหมู่บ้านมาสันนั้นเหมือนๆกับที่ฐานของเรา น้ำร้อนๆอันแสนสบาย ฟุฮ่า

ผมนี่คิดถึงบ่อน้ำพุร้อนที่ฐานของเราขึ้นมาจับใจ ทันทีที่จบภารกิจผมจะรีบเดินทางอย่างเร็วที่สุดแน่นอน

ทันทีที่กลับไปถึงที่ฐานของเรายังมีอีกหลายสิ่งที่ผมอยากจะปรับปรุงและอีกหลายอย่างที่ต้องทำให้สำเร็จ

หลังจากแช่น้ำพุร้อนประมาณหนึ่งชั่วโมงผมก็ลุกขึ้นและกลับไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน

ในขณะที่ผมกำลังออกมา คุโรซาบุโร่ และ คุมะจิโร่ ได้รวบรวมพวก Kelpie , Boruforu , Blade Rabbits และ Horn Rabbit ที่ล่ามาได้จำนวนมาก พวกมันกำลังยุ่งอยู่กับการกินเลือด,ดูดเลือดออกจากพวกมอนเสตอร์ หลังจากนั้นชาวบ้านจะได้เอาเนื้อไปทำอาหารได้

ผมชมเชยพวกมันแต่เดี๋ยวเอาใว้จะเล่นกับพวกมันคราวหลัง แน่นอนว่าพวกมันจะได้เนื้อปริมาณมากเป็นรางวัลด้วย

ในเมื่อเราได้เนื้อจากการล่ามาเป็นจำนวนมาก ผมจึงบอกกับหัวหน้าหมู่บ้านให้แบ่งปันเนื้อเหล่านี้กับชาวบ้านทุกคน กลายเป็นว่าชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านมารวมตัวกันและก่อกองไฟ และแล้วงานสังสรรค์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ความมืดยามค่ำคืนค่อยๆหายไปด้วยแสงจากกองไฟทั่วทุกแห่งในหมู่บ้าน

ชาวบ้านและนักเดินทางนั่งเคียงข้างและกินเนื้อด้วยกัน เหล้าท้องถิ่นประจำหมู่บ้านถูกนำออกมาอย่างเปิดดื่มกินกันไม่มีกั๊ก หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มที่จะออกมาเต้นรำและร้องเพลง

สาวน้อยผมแดง แดมมิจัง และ แบล็คสมิธจัง ร่วมสร้างบรรยากาศให้ครื้นเครงมากขึ้น พวกเธอชวนชาวบ้านผู้ชายมาร่วมเต้นรำ ผมมองดูพวกเขาเต้นรำด้วยความยินดี ผมไม่ใช่คนที่รู้สึกหึงหวงอะไรกับเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าแค่นิดนิดน่าจะไม่เป็นอะไรนะ จริงๆมันก็ไม่เป็นอะไรหรอก เพราะดูเหมือนเป็นการเต้นรำเพื่อทักทายแสดงความรู้จักกันสะมากกว่า

ในตอนนี้ หัวหน้าหมู่บ้านที่อายุปาเข้าไป 60 ปีแล้วก็ยังเข้าร่วมการแข่งดื่มเหล้าร่วมกับชาวบ้าน ประกาศก้องจะไม่ยอมแพ้ให้กับหนุ่มๆหน้าไหน โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นเหล้าของหมู่บ้านเขาเอง แม้ว่าเหล้านั่นจะด้อยกว่าเอลฟ์ไวน์อยู่บ้าง แต่รสชาติความอร่อยของมันนั้นแทบไม่ต่างกัน

ผมลองให้หัวหน้าหมู่บ้านชิมเอลฟ์ไวน์นิดหน่อย เขาถึงกับอ้างปากค้างด้วยความอัศจรรใจ ก็มันช่วยไม่ได้น่ะนะในเมื่อเอลฟ์ไวน์มันสุดยอดขนาดนั้น หัวหน้าหมู่บ้านดำเนินการแข่งขันดื่มเหล้ากับหนุ่มๆต่อไปด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า เหล้าหลายบาเรลถูกนำออกมาในการนั้น

เป็นเวลาประมาณสองชั่วโมงหลังจากงานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้น มีชาวบ้านผู้ชายที่เมาจนไม่รู้เรื่องคนหนึ่งเข้ามาเกาะแกะแดมมิจังจากข้างหลัง ดีที่ผมเข้าไปจัดการได้ทันก่อนที่ความโกรธเกรี้ยวของแดมมิจังจะหวดผู้ชายคนนั้นตายไปสะก่อน ผมจัดการอัดผู้ชายคนนั้นโดยยั้งมือให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ตาย แต่ก็ลงมือในระดับที่เรียกว่าเป็นการลงโทษอยู่น่ะ ผมอัดเข้าไปที่ท้องของชายคนนั้นโดยยั้งไม่ให้อวัยวะภายในแตกตายไป

ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เธอจะต้องบั่นหัวใครคนนั้นออกอย่างแน่นอน ดังนั้นผมจึงกอดและปลอบเธอให้ใจเย็นๆลง สำหรับเหตุการณ์ในเรื่องนี้ได้สร้างความอับอายให้แดมมิจังเป็นอย่างมาก การถูกแอบจับในพื้นที่อันตรายโดยผู้ชายคนอื่น การฆ่าผู้ชายคนนั้นทิ้งซะ ถึงจะทำให้เธอพอใจและหายโกรธได้ แต่การทำแบบนั้นดูจะไม่ฉลาดสำหรับสถานการณ์ในตอนนี้

ผมกระซิบเขาๆที่หูเธอว่าเธอต้องไม่ฆ่าผู้ชายคนนั้น และถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีกจากผู้ชายคนเดิม ผมจะเป็นคนอาสากระซวกเอาเครื่องในมันออกมาเอง.... สำหรับตอนนี้สถานการณ์ดูจะคลี่คลายลงแล้ว

ทันใดนั้น ผมสังเกตุได้ว่าชาวบ้านทุกคนนั้นอึ้งจนนิ่งกริบกันหมด สาวน้อยผมแดงถึงกับเอามือกุมหน้าผากและเข่าอ่อนเลยทีเดียว ฟู่วว (นึกว่าเจ๊แดมมิจะเปลี่ยนเป็นเทศกาลเลือดแทนสะแล้ว)

เพื่อจะเปลี่ยนบรรยากาศที่กำลังมาคุอยู่ในตอนนั้น ผมเอาเหล้าออกมาหลายถังแล้วท้าทายชาวบ้านให้มาแข่งดื่มกับผม หากผู้ใดสามารถเอาชนะผมได้ จะได้รางวัลเป็น จานเงิน ที่มีมูลค่ามากกว่า สี่หมื่นเหรียญทอง เลยทีเดียว

ผู้ชายทุกคนในหมู่บ้านดาหน้าเข้ามาด้วยความมั่นใจหลังจากได้ยินการประกาศถึงรางวัล

บรรยากาศภายในหมู่บ้านเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงอีกครั้ง โดยลืมเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไปเลยทีเดียว

พูดถึงเงินจำนวนสี่เหมือนเหรียญทอง ผมสามารถพูดได้ว่ามันมีมูลค่ามหาศาลเมื่อเทียบกับระดับชาวบ้านแห่งนี้มากทีเดียว สำหรับหมู่บ้านไซซ์ขนาดนี้ เงินจำนวนนี้สามารถเลี้ยงดูทุกคนในหมู่บ้านได้มากกว่าสองสัปดาห์เลยทีเดียว

นั้นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สายตาของทุกคนเปลี่ยนไปทันที บางทีพวกเขาอาจจะคิดว่าพวกเขาจะชนะผมได้ด้วยความได้เปรียบด้านจำนวน เนื่องจากพวกเขาเห็นผมดื่มกับหัวหน้าหมู่บ้านมาก่อนแล้ว และคิดว่าพวกเขาจะสามารถทำให้ผมเมาได้

ตลอดเวลาระหว่างการแข่งขัน องค์หญิงนั่งสงบเงียบและสนุกสนานไปกับงานเทศกาลอยู่บนไหล่ของผมตลอดเวลา ผมชนแก้วกับทั้งชาวบ้าน นักเดินทาง และนักท่องเที่ยว องค์หญิงออกคำสั่งให้ทุกทุกคนสนุกสนานกับงานเลี้ยงอย่างเต็มที่และก็สั่งให้ผมห้ามแพ้กับใครก็ตามด้วยเช่นกัน ถึงแม้องค์หญิงจะไม่พูดอย่างนั้นผมก็สู้ตายอยู่แล้ว

มาดูผลลัพท์กันเลยดีกว่า ผมแข่งดื่มกับผู้ชายแทบจะทุกคนในหมู่บ้าน ทั้งผู้หญิง และเหล่านักท่องเที่ยวอีกหลายๆคน ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่แพ้ให้กับใคร ผมอาจจะเริ่มเมาบ้างนิดหน่อยในตอนนี้ แต่ก็ยังไม่ถึงกับหมดสติ ผมพูดกับตัวเองว่าเป็นโอเก้อมันก็ดีแบบนี้นี่เอง เมาพอสนุกประมาณนี้นี่มันกำลังพอดีๆจริงๆ

เมื่อกินอาหารกับแกล้มเข้าไป ผมก็ได้รับทักษะและสกิลใหม่ๆ


Ability unlocked [Water Battle Formation] กระบวนท่าการต่อสู้ด้วยน้ำ

Ability unlocked [Blade Bone Generation] ใบดาบกระดูก

Ability unlocked [Tough Skin] หนังหนา

Ability unlocked [Sharp Horn Generation] เขาแหลม



หลังจากงานเลี้ยงอีกหลายชั่วโมงผ่านไป ทุกอย่างก็เริ่มสงบลง

คืนนี้ทำให้ผมสามารถหลับได้อย่างสนิท ผมยังพบว่าการตีเนียนขอแก้ตัวด้วยการดื่มแอลกอฮอร์นั้นยอดเยี่ยมขนาดไหนเป็นครั้งแรกในชีวิต

สาวๆก็เข้าร่วมแข่งดื่มกับเขาด้วย ดังนั้นพวกเราทุกคนเดินเซไปมาก่อนจะถึงเตียง ผมสงสัยว่าใครจะคิดว่า............ z z z

DAY 105

พวกเราออกจากหมู่บ้านมาสันในตอนเช้า

ผมต้องการจะมุ่งหน้าไปยังรังของเผ่า Fomor ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ , Fomor นั้นเป็นมอนเสตอร์ประเภทยัก

ไม่มีเหตุการพิเศษอะไรเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง พวกเราแค่เดินทาง ทำการฝึกซ้อมนิดหน่อยในตอนบ่าย และ นอนหลับ...

พวกเราจะย่างเข้าไปถึงยังภูเขา Fomor พรุ้งนี้เช้า

หวังว่านะ....

DAY 106

เช้านี้ ฝาแฝดเริ่มแสดงสัญญาณของการตั้งครรภ์

ซึ่งแตกต่างจากมนุษย์ เด็กที่เกิดมาจากสายเลือดของยักษ์[Ogre]จะเติบโตเร็วกว่าเด็กที่เกิดจากมนุษย์และยังมีโอกาสที่เด็กจะเกิดเป็นมนุษย์
ถึงมันจะมีโอกาสไม่มาก แต่ก็เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในเช้าวันนี้ ท้องของพี่น้องฝาแฝดป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ผมติดต่อหาก็อบเฒ่าที่ฐาน เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นและถามเขาไปว่าควรทำอะไร
ก็อบเฒ่ากล่าว"เมื่อแม่ [Human]ตั้งครรภ์ลูกของยักษ์ ท้องจะใหญ่ขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเด็กที่จะเกิด ซึ่งมันเหมือนกับมนุษย์แต่ลูกที่เกิดจากยักษ์
จะใช้เวลาอันสั้นและมีขนาดตัวใหญ่กว่าลูกของมนุษย์เท่าตัว แต่ทว่าร่างกายของมนุษย์นั้นมีขนาดเล็ก มันมีโอกาสที่เด็กจะพยายามออกมาจากช่องท้องแทนการคลอดปกติ

เมื่อฟังจบใบหน้าของผมซีดลงอย่างรวดเร็ว ผมใช้สเกลตัน [Skeleton] ค้นหาสถานที่เหมาะสมที่จะให้คู่แฝดได้พักเนื่องจากการตั้งครรภ์มันกลายเป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย
ผมได้บอกปัดที่จะเล่นกับเจ้าหญิงและทิ้งเค้าให้อยู่กับอัศวินหนุ่ม ถึงแม้ว่าเจ้าหญิงยังเด็กมากแต่เธอก็เข้าใจสถานการณ์และความกดดันในตอนนี้

แดมมิจัง,สาวผมแดง,อเคมิส-ซัง และสาวช่างตีเหล็กนั้นยืนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร มันเป็นไปได้ยากที่พวกเธอจะแสดงความยินดีหลังจากเห็นฝาแฝดทุกข์เจ็บปวดจากการตั้งครรภ์
ในระหว่างการเคลื่อนย้ายฝาแฝดอยู่นั้นพวกเราสังเกตเห็นได้ชัดว่า ฝาแฝดมีร่างกายผอมลงและอ่อนแอจากการที่สารอาหารถูกดูดโดยเด็กในครรภ์
ผมรีบให้ยาฟื้นฟูพลังจากเลือดของผมดื่ม [Blood Elixir] จากส่วนหนึ่งของร่างกายผม ทั้งคู่ปฏิเสธที่จะดื่มเลือดจากร่างกาย แต่ผมก็บังคับให้ดื่มมันอยู่ดี
ซึ่งประสิทธิภาพมันดีมากและแน่นอนมันช่วยซื้อเวลาให้พวกเรา

หลังจากหนึ่งชั่วยามผ่านไป สเกลตันกับมาพร้อมกับตำแหน่งที่พวกเราต้องการในขณะที่ผมให้การรักษาฉุกเฉินอยู่
พวกเราเดินตามสเกลตันไปยังสถานที่ปลอดภัย มันเป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาแถวนั้นพอถึงทางเข้าข้างหน้าถ้ำ ผมรีบวิ่งเข้าไปข้างใน

ในชั่วพริบตาผมฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกตัวในถ้ำโดยไม่ได้คิดอะไร และให้ ลอร์ดไฟและอิลูชัน เฝ้าทางเข้าเอาไว้เนื่องจากกลิ่นเลือดที่เกิดจากการฆ่าของผม
ผมมอบหน้าที่ให้ลอร์ดลมตรวจสอบภายในถ้ำว่าไม่มีอะไรซ่อนอยู่ข้างในอีก

ทุกคนอยู่ในความเงียบไม่เว้นแม่แต่ คุมะจิโร่[Kumajiro] และ คุโรซาบูโร่[Kurosaburo]
ผมวางร่างของทั้งสองพี่น้องที่กำลังเจ็บปวดจากการตั้งครรภ์ ลงบนเตียงที่ผมสร้างขึ้นแล้วก็มุ่งเน้นที่จะเติมพลังงานที่ถูกดูดไป จากทารกที่อยู่ในครรภ์

เหล่าหญิงสาว พูดไม่ออกได้แต่ยืนมองดูถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างกายของสองสาวฝาแฝดค่อยๆใหญ่ขึ้นเนื่องจากการเติบโตของเด็กในครรภ์
ความเจ็บปวดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเกิดขึ้นอยากรวดเร็วทำให้ผิวหนังบวมออกมา ผมคิดว่าถ้ามันใหญ่กว่านี้ร่างกายของทั้งคู่อาจจะฉีกขาดได้

ผมพยายามรักษาพวกเธอด้วยทักษะที่ผมมีทั้งหมด ได้แต่หวังว่าท้องของทั้งคู่จะไม่ระเบิดออกมา
ความเจ็บปวดของทั้งคู่ถูกระงับในบางส่วนซึ่งเป็นผลจากยาอายุวัฒนะที่อยู่ในเลือดผม[Blood Elixir]และแม้ว่าจะได้รับการรักษาอย่างดีคู่กับการให้ยาชาทั้งสองก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวด
มันเป็นครั้งแรกที่ผมต้องรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาเป็นลูกของผมเอง เหงื่อบนใบหน้าของผมไหลออกมาอย่างท่วมท้น

เวลารอบตัวดูเหมือนจะเดินช้าลงและไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานเท่าไหร่ หนึ่งชั่วโมงเหรอ สิบชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ผมไม่อาจจะแน่ใจว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน
มันอาจจะเป็นการตั้งครรภ์ครั้งสุดท้ายของพวกเธอเรื่องนั้นผมก็ไม่อาจรู้ แต่สิ่งที่ผมหมั่นใจอย่างแน่นอน ผมต้องการให้พวกเธอนั้นมีชีวิตอยู่ต่อ

ผมจัดการใช้ทักษะทำให้ทารกที่อยู่ในครรภ์พัฒนาให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะให้ทั้งสองพี่น้องไม่ทรมานมากไปกว่านี้ มันได้ผลเด็กในท้องเริ่มดิ้นพร้อมที่จะเกิดแล้ว
แต่ในขณะเดียวกัน เสียงกรีดร้องของสองพี่น้องที่ค่อยๆดังขึ้นนั้นทำให้ สาวผมแดงและเหล่าหญิงสาวเริ่มอาการออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด
ผมใช้ทักษะและให้ยาชาที่ดีสุดกับแฝดพี่หลังจากนั้นผมผ่าท้องของเธอด้วยใบมีดคมที่เหมือนมีดผ่าตัดผมเคลือบการฆ่าเชื้อแบคทีเรียลงบนมีดเล่มนี้
ผมสร้างมีดเล่มนี้ด้วยทักษะ *** มัดแน่นสูงสุด[Top Brace Embodied] + ติดตรึงวิญญาณ[Soul Fixture] ***
พวกเขาเห็นสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ พวกเขาได้แต่ร้องออกมาสั้นๆว่า "อ๊ะ- " พวกเขาไม่กล้าที่จะส่งเสียงดังเพื่อไม่เป็นการรบกวนและทำให้ผมเสียสมาธิ

การผ่าคลอดก็เริ่มขึ้นผมให้แดมมิจังมาอยู่ใกล้ผมเพื่อที่จะดึงทารกที่อยู่ในท้อง ในระหว่างที่ผมใช้ทักษะฟื้นฟู[Healing]กับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการคลอด
รอยเลือดที่ไหลลงบนพื้นดูคล้ายกับสระน้ำขนาดใหญ่ ผมใช้ทักษะพื้นคืน[Recovery]รักษาบาดแผลเพื่อที่จะไม่ทิ้งรอยแผลเป็น ไว้ที่ท้องของแฝดพี่

แดมมิจังค่อยๆยืนสิ่งที่อยู่ในมือให้กับผม ทารกตัวน้อยเพศหญิง ผมทำความสะอาดอาบน้ำให้ทารกตัวน้อยนั้น เสียงร้องสดใสของทารกน้อย ดังสะท้อนอยู่ในถ้ำ
ผมทำแบบเดียวกันอีกครั้งกับแฝดน้อง ผมดึงทารกเพศชายออกจากแฝดน้อง ทั้งสองพี่น้องปลอดภัย เสียงร้องของทารกน้อยชายและหญิงดังกังวานสะท้อนอยู่ภายในถ้ำ
สายตาของผมเริ่มพรามั่ว ทุกคนโล่งใจที่เห็นสองพี่น้องฝาแฝดปลอดภัยและรอดชีวิต มือของผมและแดมมิจังสั่นไหวต่อสิ่งที่เพิ่งทำลงไป
หลังจากผ่านประสบการณ์ดังกล่าวผมแทบจะไม่มีแรงเหลือที่จะอุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขน ผมมอบเด็กทารกให้กับฝาแฝดเพราะเด็กทารกเริ่มหิวและต้องการอาหาร

ผมรู้สึกว่าท้องฟ้ามันกว้างใหญ่ขึ้น ผมยักษ์โรว[Ogarou]หลังจากใช้ชีวิตได้หนึ่งร้อยหกวันและเพิ่งจะได้เป็นคุณพ่อลูกสอง
ใช่มันอาจจะเร็วเกินไป ผมรู้ว่าผมยังเด็กและถึงแม้ร่างกายจะเป็นยักษ์ก็ตาม
แต่ว่าในบางครั้งผมก็เกือบลืมหนึ่งร้อยเจ็ดวันก่อนหน้านี้ สมัยที่ผมยังเป็นมนุษย์ผมมีอายุยี่สิบห้าปี มันอาจเป็นอายุของมนุษย์ที่ทำให้คิดว่าเรานั้นเหมาะสมสำหรับการเป็นพ่อคน

เด็กทั้งสองครึ่งมนุษย์ครึ่งยักษ์ [Half Ogre Half Human] หรือ เลือดผสมของยักษ์ [Orgre Mix-Blood]
โดยปกติ ถ้าผู้ให้กำเนิดมีพันธุกรรมที่แข็งแกร่งมันก็มีโอกาสที่เด็กจะเกิดเป็น ยักษ์ขั้นสูง [High-Orgre]
แต่ทว่าสายเลือดผสมของยักษ์นั้นอ่อนแอกว่ายักษ์ปกติแต่ฉลาดกว่ายักษ์มีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์และความก็ยังแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไป
ในบางครั้งมีโอกาสหนึ่งในล้านที่เด็กจะเกิดเป็นมาเป็นเผ่าหายากที่ชื่อว่า เคออส [Chaos]
ถ้าจะให้บอกความคิดเรื่องเกี่ยวกับร่างกายของผม ร่างกายของผมที่เป็นยักษ์แต่มีจิตใจของมนุษย์นั้น มันเป็นเรื่องผิดปกติ
เมื่อสรุปข้อมูลที่ได้จากก็อบเฒ่าเรื่องความสามารถ [Jobs] และ [Rank-Up] มันเป็นอะไรที่มีประโยชน์สำหรับผมและเด็กทารกที่กำลังเติบโตขึ้น
ตามที่ก็อบเฒ่าบอกเราสามารถที่จะวิวัฒนาการได้ [Rank-Up] การวิวัฒนาการมันเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพของเผ่าก็อบบินและยังเป็นสิ่งทรงพลังมากกว่าที่คาดคิด

แต่เนื่องจากทารกที่เกิดมานั้นไม่ได้เป็นมนุษย์และยักษ์ มักจะเกิดความเสี่ยงที่เขาจะถูกฆ่าถ้าถูกพบเจอโดยมนุษย์
ตามที่ก็อบเฒ่าเล่า ถ้ามีเลือดผสมเกิดขึ้นของยักษ์และมนุษย์ มักจะมีการตั้งปาร์ตี๋ตามล่าและฆ่าพันธุ์ผสมเหล่านั้นก่อนที่พวกมันจะเติบโตขึ้น
มันดูเป็นเหมือนกฎสำหรับพวกเขาที่มีต่อ พันธุ์ผสม และ มอนสเตอร์ มันอาจจะเป็นเป็นความเสี่ยงของมนุษย์จะถูกกินโดยพวกเลือดผสม
ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดผมอาจจะถูกฆ่า แต่ลูกของผมนั้นสามารถอยู่รอดและใช้ชีวิตอยู่ในสังคมของมนุษย์เนื่องจากพวกเขาเป็นครึ่งมนุษย์
ผมเชื่อว่าพวกเขาสามารถปกป้องตัวเองได้ นับเป็นโชคดีที่เด็กเหล่านี้ไม่ใช่ เผ่าเคออส [Chaos] มันอาจะเป็นความเสี่ยงที่พวกเขาจะเกิดอันตรายหรือโดนทำร้าย

ในอดีตนั้นเคยมีกษัตริย์และขุนศึกใช้พลังของพวกเลือดผสมในการสร้างอาณาจักรของตนเอง กษัตริย์เหล่านี้อาจเก็บผลผลิตของการวิวัฒนาการเอาไว้
การวิวัฒนาการเป็นความหวังที่จะบรรลุเป้าหมายในชีวิตและใช่มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของความกลัวที่มีต่อความแข็งแกร่ง

ความคิดเหล่านี้ทำให้ผมต้องการความแข็งแกร่งมากขึ้นและต้องการที่จะวิวัฒนาการ ความคิดที่ว่าทารกพวกนี้ผิดปกตินั้นจากการเป็นพวกพันธุ์ผสมมันเกินกว่าสามัญสำนึกของพวกเรา
พวกเราคือก็อบบิน เราผ่านการวิวัฒนาการข้ามสายพันธ์มาแล้วหลายครั้ง มันจึงไม่เป็นเรื่องแปลกอะไร ผมได้ถามก็อบเฒ่าเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

กลับมาเข้าเรื่อง ตามที่ผมได้ยินมาจากที่ก็อบเฒ่า ผมก็ยังไม่แน่ใจถึงเหตุผลที่มนุษย์สังหารพวก พันธุ์ผสม หรือ พวกเลือดผสม
มันดูเหมือนเรื่องตลกที่ฆ่าเพราะความกลัวที่นำพามาซึ่งภัยพิบัติ มันอาจจะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มีต่อความกลัว
ความรู้ของผมเกี่ยวก็อบบินที่เกิดจากมนุษย์ ก็อบบินเหล่านั้นจะได้รับความสามารถพิเศษอย่างเช่น การวิวัฒนาการและการข้ามสายพันธ์ มันเป็นสิ่งที่ไม่มีเผ่าไหนทำได้

จากเรื่องราวที่ผมรู้ ไม่มีจุดไหนที่ผมจะพิจารณาในการฆ่าลูกของตัวเอง เพราะมันคือความงดงามของชีวิต
ผมคิดว่าจะเลี้ยงพวกเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ผมสามารถทำได้ ผมจะมอบการฝึกพิเศษเพื่อให้พวกเขาปกป้องตัวเองและเป็นสุดยอดกำลังรบกลายเป็นกำลังหลักให้กับเรา
ผมจะให้พวกเขาเติบโตและฝึกโดย ยักษ์คิจิคุง [Ogakichi] พวกเขาคือลูกของผม สิ่งที่ผมต้องทำและปฏิบัติต่อพวกเขามันอาจจะฟังดูเลวร้ายแต่ว่ามันเป็นการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

ในอนาคต ผมอาจจะแบ่งกลุ่มสำหรับพวกพันธุ์ผสมที่มีความสามารถพิเศษ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ให้กับพวกเราในภายหลัง
วันหนึ่งทหารของผมอาจจะแตกแขนงออกไปในพื้นที่แตกต่างเพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็น
แต่ทว่าในตอนนี้ ผมได้แต่คิดเรื่องเหล่านี้เก็บอยู่ภายในใจ

ตอนนี้ผมคือคุณพ่อ ทำได้แค่เพียงยืนอยู่ตรงนี้จ้องมองดูแม่ของพวกเขาให้น้ำนมลูกของผม
หน้าผากของลูกสาวนั้นมีสีน้ำตาลและมีรอยสักสีแดงติดอยู่ หลังมือข้างขวาของลูกสาวมีลูกแก้วสีทองติดอยู่และหลังมือของลูกชายมีลูกแก้วสีเงินติดอยู่ [Ogre Orb]
ผมเดาว่ามันคงเป็นพลังของสายเลือดผสมระหว่าง ยักษ์และมนุษย์ ได้แต่สงสัยว่า มันสามารถพัฒนาลูกแก้วนั้นได้ไหม ส่วนในเรื่องนี้ผมจะตรวจสอบภายหลัง
ในอนาคตลูกสาวของผมจะต้องกลายเป็นเด็กที่น่ารักและงดงามเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งอย่างสง่าผ่าเผย
ส่วนลูกชายต้องกลายเป็นเด็กที่กล้าหาญเต็มเปี่ยมด้วยพลังและความเฉลียวฉลาด
แต่ทว่าในตอนนี้ ผมต้องเล่นบทพ่อไปก่อน
อ่า....การมีลูกนี่มันช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ

ผมเริ่มทำการวัดขนาดร่างกายของลูกสาวโดยการประมาณ 70 เซนติเมตร
ลูกชายของผมตัวใหญ่กว่าลูกสาวเล็กน้อย 80 เซนติเมตร
ความเสี่ยงที่ท้องของคู่แฝดในตอนนั้นที่ระเบิดตอนคลอด มันไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องตลกอีกต่อไป

ถ้าผมไม่อยู่ที่นี่ พี่น้องฝาแฝดอาจจะตายและถูกกินโดยลูกของเราเอง แต่ผมก็ทำได้ พวกเขายังไม่ตายและยังมีชีวิตอยู่

เหล่าหญิงสาวต่างแสดงความยินดีกับฝาแฝดกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป
ผมพูดออกไปว่า "เด็กเหล่านี้จะต้องเติบโตและแข็งแกร่งอย่างที่พ่อเขาเป็นและเติบโตตามรอยเท้าของเขา
ฝาแฝดถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้ว่าทั้งสองจะมีความกังวลอยู่เล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับการให้กำเนิดลูกของยักษ์[Ogre Child]
ผมให้คำสาบานกับพวกเธอ ผมจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะป้องป้องลูกของเรา
พระเจ้า!! สิ่งที่ผมพูดไปเหมือนเสียงของวีรชนเลยแหะ

หลังการให้อาหารทารกเสร็จ ผมอุ้มเด็กเหล่านั้นและมีแดมมิจังยืนอยู่ข้างๆผม รอที่จะอุ้มเป็นคนถัดไป
โดยปกติแล้ว มันไม่ฉลาดเลยที่จะอุ้มเด็กทารกตั้งแต่แรกเกิด แต่ทว่าทารกเหล่านี้มีสายเลือดของผมไหลเวียนอยู่ เผ่าพันธ์ของเขาไม่ใช่มนุษย์และแน่นอนมันจึงไม่มีปัญหาในการอุ้มเด็กทารกเมื่อแรกเกิด ผมห่อพวกเขาด้วยผ้าที่ทำจากใยของผม และส่งให้พวกผู้หญิงอุ้ม
เด็กทารกร้องไห้อย่างรวดเร็วเพราะต้องออกจากอกแม่ของเขาแต่ไม่นานก็เงียบสงบลง

คนสุดท้ายที่จะได้อุ้มเด็กทารกนั้นคือเจ้าหญิงที่กำลังยืนนิ่งอยู่ตรงผนังของถ้ำ หลังจากที่ผมมองไปที่เธอ เธอก็เดินเข้ามาหาผมแล้วปืนขึ้นไปนั่งบนไหล่ ผมมอบเด็กทารกให้กับเธอ
มันอาจจะเป็นครั้งแรกที่เธอได้อุ้มเด็ก เด็กทารกรู้สึกกระวนกระวานเล็กน้อยก่อนที่จะหลับลงในอ้อมแขนเล็กๆของเจ้าหญิงและในตอนนั้นผมได้เห็นรอยยิ้มชั่วขณะหนึ่งของเธอ
มันอาจจะเป็นประสบการณ์ที่ดีของเจ้าหญิง หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าเราควรจะพักผ่อนและให้เด็กทารกได้นอนหลับทั้งวัน ให้เหมือนกับวันแรกตอนที่ผมเกิด

ดูเหมือนว่าข้างนอกฝนจะเริ่มตกแล้ว มันอาจจะเป็นความคิดที่ดี ที่พักอยู่ในนี้

ตอนนี้ผมจะให้ลูกสาวชื่อ ออโร่ [Auro] ลูกชายจะให้ชื่อ อาเจนโต้ [Aregento] ตอนที่ผมคิดว่าสีผิวของทารกทั้งคู่นั้นน่าสนใจ ผมก็ผล็อยหลับไป

วันนี้ผมเผลอหลับไปพร้อมกับสองพี่น้องโดยมีทารกอยู่ตรงกลาง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น