หน้าเว็บ

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Re:Monster : DAY : 78

Day 78:

วันนี้ทั้งคุมะจิโร่ และ คุโรซาบุโร่ เลเวลอัพเลื่อนชั้น



หมีคุมะจิโร่เลื่อนขั้นเป็น โอนิคุมะ กลายเป็นหมีที่ตัวใหญ่กว่าไฮด์แบร์ทั่วไปมาก ขนสีเทา กรงเล็บที่ยาวคมสีดำเหมือนอัญมณี obsidian คุโรซาบุโร่ เปลี่ยนเป็นมีสองหัวแต่ละข้างดูเหมือนจะปล่อยลมหายใจไฟ และอีกข้างลมหายใจสายฟ้า ขนาดตัวใหญ่ขึ้นเกือบเท่าม้าใหญ่ขึ้นขนาดที่โรวก็สามารถขึ้นขี่มันได้ละ ผมตัดสินใจเปลี่ยนจากเรียกมันว่า เผ่าหมาป่าดำ เป็นพันธ์ "Orthrus"

ดูเหมือนว่าพวกสัตว์จะเลื่อนขั้นทีละสองขั้นต่อการเลื่อนขั้นหนึ่งครั้ง ทั้งคุโรซาบุโร่ และ คุมะจิโร่ ตอนนี้อยู่ในระดับเดียวกันกับ ออค คลาส เช่นเดียวกับผมและออคก้าคิจิ

โรวตัดสินใจจัดทัพในการบุกค่ายมนุษย์ครั้งนี้ด้วยสมาชิก 13 คนและแบล็คสเกลตันไนท์อีก 6 การจัดทัพครั้งนี้จุดประสงค์เพื่อเลเวลอัพพวกเรา

การเพิ่มเลเวลของพวกเราในตอนนี้เป็นจุดประสงค์หลักในการรบครั้งนี้ ยิ่งเลเวลสูงเท่าไหร่ยิ่งต้องการค่าประสปการณ์ที่มากขึ้นเท่านั้น ถ้าเราไปกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ค่าประสปการณ์ที่ได้ก็จะยิ่งลดลง โรวจัดกลุ่มสมาชิกที่แข็งแกร่งที่สุดและอ่อนแอที่สุดเข้าด้วยกันเรารวม 5 ก๊อบบลินเกิดใหม่เข้าไปในทัพ แม้จะเสี่ยงต่อการถูกฆ่าโดยศัตรู แต่ก็เป็นปรกติในกฎของค่ายที่หัวหน้าทีมต้องปกป้องผู้ติดตาม

การรบครั้งนี้มีสมาชิกใหม่ อัศวินเกราะสนิม ที่ตอนนี้มีหน้าที่หลักเป็นผู้ฝึกฝนก๊อบบลิน และนักดาบหญิง ที่สาบานทั้งชีวิตและดาบต่อผม ไม่ใช่ต่อจักรวรรด์อีกต่อไป เพื่อไม่ให้น่าเป็นห่วงนักกองกำลังหลักเราคัดคนที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อเป็นหลักประกัน

จุดประสงค์หลักของกองทัพมนุษย์คือโจมตีเอลฟ์ ดังนั้นการบุกครั้งนี้เราคงไม่ต้องห่วงเรื่องการป้องกันเป็นพิเศษ

ประมาณ 11.00 am ผมขึ้นขี่ คุมะจิโร่ พร้อมด้วยพรรคพวกเคลื่อทัพผ่านป่าเพื่อไปยังบริเวณแคมป์ของกองทัพมนุษย์
กลุ่มของเราจัด class ของสมาชิกมาอย่างดี มีพร้อมสำหรับสู้ระยะไกล นักเวทย์ และนักรบสำหรับการต่อสู้ระยะประชิด
เราประเมินกองกำลังของมนุษย์อย่างมากที่สุดมีประมาณ 600 คน ประมาณนั้น
ปัจจุบันชวัญกำลังใจของกองทัพมนุษยฺน่าจะน้อยมาก เพราะผลจากที่พวกเราชนะมาก่อนหน้านี้ บางทีอาจจิตตกแต๋วแตกทันทีที่เห็นพวกเราเริ่มโจมตี

ประมาณหนึ่งชั่วโมง พวกเรามาถึงค่ายมนุษย์ ผมรู้สึกหงุดหงิดกับภาพที่เห็น กองทัพมนุษย์อยู่ในสภาพเปี่ยมด้วยขวัญพร้อมกำลังรบเต็มที่
อาจเพราะเป็นตอนกลางวัน ที่ผมไม่สามารถเรียก Black Skeleton Knight มาสู้ได้
หลังจากการสำรวจเล็กน้อย พวกเราเลือกประจำตำแหน่งบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นทั้งกองกำลังของศัตรู

จากจุดนั้นผมสังเกตุเห็นและบอกพวกเราให้ระวังตัว.. อัศวินแก่คนหนึ่ง ที่ใส่เกราะเกล็ดที่มีประกายเรืองรองด้วยแสงสีขาว ถืออาวุธ หอกสั้นสีดำ คมหอกสีดำ-แดง
บนใบหน้าหนวดขาวงามงอน จากภาพลักษณ์ยืนยันได้เลยว่า นั่นต้องเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแน่นอน จากคำบอกเล่าของสหายใหม่ของพรรคพวกเราอัศวินเกราะสนิม และอัศวินหญิง ผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งในจักรวรรดิ

เขาเป็นคนที่มาจากจักรวรรดิ ในช่วงอายุที่รุ่งโรจสมัยที่เขายังเป็นนักผจญภัย การปรากฎตัวของเขาสร้างความน่าเกรงขามดั่งพายุ หอกสั้นของเขาเป็นอาวุธ class [Ancient] (แรร์ระดับตำนาน) อาวุธจากดันเจี้ยนที่ถูกเรียกว่า [The Age of The Gods] และถูกสลักเสริมพลังใว้หลายอย่าง แน่นอนว่าหอกสั้นของเขามีอำนาจทำลายระดับสูงและดูเหมือนจะมีคำสาปที่ทรงพลังในรูปของเพลิงสีดำอยู่ด้วย เกราะเกล็ด [Scale Mail] ของเขาถูกเสริมพลังด้วยคำอวยพรของ [Nororikoku's Blessing] ทำให้มีแสงสีขาวระยิบระยับออกมารอบเกราะ มันดูเหมือนจะเป็นเวทมนเสริมพลังจาก เกล็ดของมังกร ที่เขาเคยโค่นมันมา

หลังจากได้ยิน ผมนี่ยิ้มเลยครับ การต่อสู้นี้ท่าทางจะน่าสนใจขึ้นมาสะแล้วสิ

เมื่อพิจารณาจากที่เห็นเหตุการณ์รอบๆและคำบอกเล่าเกี่ยวกับอัศวินแก่ผู้พิชิตมังกร คุณสามารถรู้ได้เลยว่าวิธีการที่ทรงอานุภาพที่สุดคือการโจมตีที่จุดอ่อนของศัตรู และในครั้งนี้ผู้แข็งแกร่งคนนี้แหละคือจุดอ่อนของกองทัพมนุษย์ ดูจากอุปกรณ์ที่อัศวินแก่สวมใส่อยู่ ชัดเจนเลยว่าต้องเป็นกำลังต่อสู้หลักของกองทัพ อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกเราสามารถโค่นเขาลง โอกาศแห่งชัยชนะย่อมเป็นเกือบ 100% พวกพลทหารจะแตกตื่นจากกายพ่ายแพ้ของผู้ยิ่งใหญ่ ขวัญกำลังใจของกองทัพจะแตกออก มันเป็นวิธีการแสนธรรมดาที่ใช้ลดพลังต่อสู้ของกองทัพศัตรูลง

ผมหยิบเอาอาวุธออกมา แน่นอนต้องเป็นอาวุธที่ทรงพลัง [Crimson Spear] ออกมาจาก item box ผมจะใช้มันขว้างจากระยะไกลด้วยขนาดที่คล้ายกับหอกของเครื่องยิง ballista

ผมเสริมสกิลการเล็งด้วย [Job-Hunter] เพื่อความแน่ใจว่ามันจะไม่สามารถถูกสังเกตุเห็นเสริมพลังด้วย [Job-Assasin] เพื่อเพิ่มโอกาศในการลอบสังหาร หลังจากเรียกใช้ [Job-Archer] โดยเรียกใช้ความสามารถของผม [Great Throw] (ขว้างแรง) และ [Thread the Needle] (เล็งสอดด้ายใส่เข็ม ประมาณรูเล็กๆก็สอดเข้าแม่นยำ) ทั้งสองความสามารถนี้ช่วยเพิ่มความน่าจะเป็นในการโจมตีโดนและเพิ่มพลังได้อย่างมาก ยังไม่รวมกับพลังความเร็วของตัวหอก Crimson Spear เอง ด้วยการเสริมพลังทั้งหมดนี้ผมก็ขว้างมันออกไป

จากการสายตาการเล็งของผม ผมมองทิศทางการพุ่งไปของหอก Crimson Spear มันเปรียบเหมือนกับดาวหางสีแดงมากกว่าจะเป็นความเร็วของกระสุน มันวิ่งผ่านระยะ 200 เมตรระหว่างผมกับอัศวินแก่ภายในเสี้ยวเวลาการกระพริบตา

ในอึดใจเดียวมันทะลุผ่านร่างที่ถูกป้องกันด้วยเกราะเกล็ดมังกรโดยความเร็วไม่ตกลง ทะลุออกไปยังอีกด้าน เหลือแค่เพียงรูเบ้อเร้อบริเวณท้องของนักรบที่น่าจะเป็นผู้ทรงพลัง แม้ผมจะไม่มั่นใจเต็มร้อยกับการสอดด้ายเข้ารูเข็มในระยะไกลขนาดนี้ แต่ผมก็มั่นใจว่าการเล็งมันต้องโดนและทะลุผ่านเกราะเกล็ดมังกรได้แน่แน่ ด้วยการโจมตีที่ไม่สามารถรับรู้ และความเร็วมากกว่ากระสุนปืน ความประทับใจสุดท้ายของอัศวินแก่แสดงอยู่บนใบหน้าที่เขารับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และจ้องมองมายังผมทันทีที่ถูกโจมตี

ดูเหมือนว่าสุดท้ายแล้วคนคนนี้ก็ควรค่าแก่การยอมรับคนนึง ผมหวังว่าตอนนี้คงไม่มีความจำเป็นจะต้องสู้กับเขาอีก แต่ที่ดูจากที่บริเวณรอบๆตัวเขาไม่มีร่องรอยอะไรเลย เป็นหลักฐานยืนยันว่าเกราะเกล็ดมังกรนั้นเป็นเกราะที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง

เมื่อภารกิจแรกเสร็จสิ้น พวกเราก็เข้าโจมตีทันทีแบบไม่ให้ได้ตั้งตัวตามไสตล์ตำรารบเป๊ะ มันเป็นกฎตามธรรมชาติอยู่แล้ว ที่ผู้แข็งแกร่งย่อมกินผู้อ่อนแอ เมื่อคิดแบบนี้โรวก็ิยิ้มออกมาพร้อมกับจิตสังหาร

ขณะเข้าโจมตีโรวสังเกตุถึงปฎิกิริยาสิ่งที่เกิดขึ้น หอก Crimson Spear ที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงทะลุลงดินไปลึกจนยากจะดึงมันขึ้นมา บริเวณนั้นสายตาของศัตรูแสดงออกมาให้เห็นว่ายังไม่เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ในขณะที่พวกเราก็เข้าประชิดมากขึ้น พวกทหารศัตรูยังยืนมึนจ้องไปยังร่างที่แตกสลายและเลือดนองพื้นของอัศวินมังกร พวกทหารยังสับสนกับเหตุการที่เกิดขึ้น ร่างของนักรบผู้ยิ่งใหญ่ยืนตายตระหง่านประหนึ่งรูปปั้นอันโด่งดัง แต่ทันใดร่างนั้นก็พังทลายลงบนพื้นดินต่อหน้าทหารทั้งหลาย ตุบ... ไม่ปล่อยให้ขาดจังหวะโรวเตรียมการโจมตีอีกครั้งด้วย Crimson Spear ทันที เพียงอึดใจเดียวเสียงดังเช่นฟ้าผ่าของคลื่นกระแทกก็ผ่าทะลวงเข้าไปกลางค่ายศัตรู ศัตรูเกือบ 100 คนในรัศมีรอบ 100 เมตรของการโจมตีตายด้วยแรงกระแทกของคลื่นช๊อคเวฟในทันทีและ คนที่อยู่นอกรัศมี 100 เมตรบาดเจ็บหนักจากแรงกระแทกและแผ่นดินที่แยกออก ถึงกระนั้นค่าประสปการณ์ที่ได้จากกากฆ่าพวกอ่อนแอนี้ก็น้อยมาก โรวตระหนักได้ว่าไม่ควรปล่อยหอกสายฟ้าออกมากกว่านี้ เพราะการบุกครั้งนี้มีพรรคพวกกว่าอีกยี่สิบคนที่มาสู้เพื่อเก็บประสปการณ์

ต่อหน้าพวกเรามีแต่เหล่ามนุษย์ที่น่าสงสาร พวกเราเข้าบุกประจัญอย่างไม่ลำบากนัก พูดได้ว่าในการรบครั้งนี้การโจมตีของพวกเราสำเร็จอย่างมากจากการโจมตีอันรวดเร็วเด็ดชีพนักรบมังกร และการโจมตีซ้ำที่ฆ่าศัตรูไปอีกกว่า 100 คน การไล่ฆ่าศัตรูที่หวาดกลัวและสับสนเป็นอะไรที่ง่ายดายมาก พวกเราเข้าประชิดเหยื่ออย่างรวดเร็วเพียงกระพริบตาและเขมือบพวกมันเข้าปากซะ

ผู้เคราะร้ายรายแรกที่ตกเป็นเหยื่อของ ออคก้าคิจิคุง ถูก Hind bear ของเขาตบมนุษย์ตัวเป็นๆหมุนลอยในอากาศยังกับตุ๊กตาและถูกผ่ากลางจากหัวลงมาด้วยขวานเสริมพลังของเขา เสริมด้วยพลังของ [Job-Heavy-Fighter] บวกกับโล่ยัก [Tower shield] ที่ใหญ่จนเกือบจะบังออคก้าคิจิคุงจนมิดทำหน้าที่ป้องกันการโจมตีทุกชนิดที่เข้ามาหาเขา ในขณะที่เขากำจัดศัตรูด้วยการเหวี่ยงขวานด้วยพละกำลังมหาศาล ไฟจากขวานของเขาแผดเผาศัตรูผู้โชคร้ายทุกคนงที่อยู่ใกล้ระยะโจมตีของเขา ไฟไหม้ไปทั่วบนศัตรูที่บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก สิ่งที่เขาตัดมันด้วยขวานเพลิงแทบจะขาดในทันทีด้วยความร้อนจากไฟ อัศวินศัตรูบางคนพยายามเข้าโจมตีด้วยหลากหลายกระบวนท่า แต่ก็ถูกเผาเป็นชิ้นๆในเสี้ยววินาทีด้วยการโจมตีในทีเดียว เป็นเช่นทุกครั้ง มันเป็นพลังทำลายที่น่าขนลุก เปี่ยมล้นด้วยพลังและการป้องกันอันแข็งแกร่ง มันเป็นสุดยอดการทำลายล้างจริง เสริมพลังกับ [การปกป้องศักสิทธิจากจักพรรดิแห่งไฟ] ของออคก้าคิจิคุง การแผดเผาจากปริมาณและความร้อนของเขานั้นไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ พนันได้เลยว่าแม้จะเป็น มังกร ก็ต้องไหม้เกรียมด้วยไฟศักสิทธิ์ของออคก้าคิจิคุง ด้วยการเหวี่ยงโล่ [Tower shield] ของเขาอย่างกับมันไร้น้ำหนัก มนุษย์ผู้ไร้ทางช่วยที่อยู่ต่อหน้าถูกซัดกระเด็น เกราะแตกกระจาย ตัวสาดกระเซ็นเป็นกองเลือด ด้วยพละกำลังและความสามารถของ ออคก้าคิจิคุง ในตอนนี้ได้กลายเป็นศูนย์รวมของความน่าหวาดกลัวท่ามกลางกองทัพศัตรู "ปิศาจที่ดูเหมือนจะฆ่าทุกสิ่งไม่ว่าจะมิตรหรือศัตรูด้วยไฟแห่งความตาย"

ขณะที่ออคก้าคิจิกำลังลุยเดือดอยู่ แดมมิจัง (แวมมิจัง) ใช้ [ดวงตาแห่งแม่มด]ใส่พวกมนุษย์ที่อยู่ด้านหน้าเรา พวกมนุษย์ที่ตกเป็นทาสพิศวาสเข้าห้ำหั่นต่อสู้กันเอง

อืม... มันเหมือนเธอพยายามจะยั่วให้ผมหึงเธอ แต่ช่างเถอะเอาใว้ค่อยโชว์ให้เธอเห็นว่าใครเป็นป๊ะป๋าทีหลัง...

เหล่ามนุษย์ที่ถูกล้างสมองโดยเวทมนย์และไอเท็มเวทย์พิเศษเข้าต่อสู้กันเองยิ่งทำให้เกิดความสับสนอลหม่านยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถของแวมไพร์เธอฉีกร่างของศัตรู..เลือดสาดดอาบไปด้วยกองเลือด การเคลื่อนไหวของเธอท่ามกลางสมรภูมิเลือดยังคงความงดงามอย่างที่เธอเป็น มันทั้งเย้ายวนและสง่างาม โรวน้อยของผมนี่อืม.... ถึงกระนั้นเหยื่อที่ถูกเธอชำแหละฉีกอกออกเป็นชิ้นๆทั้งชายและหญิงก็ตายพร้อมไปพร้อมรอยยิิ้มและความสุขในพวังของเวทย์ล้างสมองของเธอ.. เวทย์ล้างสมองนี่น่ากลัวจริมจริม

เสียงระเบิดสนั่นจากอีกที่หนึ่งทำให้โรวหันกลับมาตั้งสติ เสียงมันดังมาจากทางฝั่งของ อสูเอะจัง (ก๊อบเอะจัง) เป็นเสียงจากการที่เธอใช้อาวุธฟาดลงไปยังพื้นดิน ศัตรูประมาณสองโหล ถูกสูบลงไปยังพื้นดินและกระแทกกระจายเป็นน้ำพุกองเลือด พลังในการโจมตีของเธอส่วนดั้งเดิมที่สามารถทำให้พื้นแตกกระจายด้วยพลังเหวี่ยงถูกเสริมด้วยพลังของ Half-Earth Lord (ลูกครึ่งเจ้าแห่งธรณี) ผนวกด้วยความมุ่งมั่นในการโจมตี แม้กระทั่งผม (โรว) หรือ ออคก้าคิจิคุง ก็อาจโดนดูดลงไปในพลังการโจมตีของเธอ และพลังของการเคลื่อนไหวของพื้นดินที่รุนแรง ที่สามารถสร้างพลังแห่งธรณีขนาดใหญ่ที่สามารถบดขยี้คู่ต่อสู้ของเธอไป ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีหรือการป้องกันใดใด ย่อมถูกทำลายด้วยการโจมตีของเธอไปอย่างง่ายดาย ร่างกายของศัตรูจะถูกบดขยี้ระเบิดออกและตายไปอย่างเจ็บปวดทรมาน อสุเอะจังที่หัวเราะออกมาอย่างร่าเริงหลังจากการโจมตี มันสร้างความหวาดกลัวให้แก่คู่ต่อสู้อย่างมาก

ทางด้าน Supesei-chan's (ก๊อบเอะซัง) เวทมนต์ของเธอกวาดล้างศัตรูทั้งหมดที่อยู่ใกล้เธอให้หายไปออกไปเป็นบริเวณกว้าง เวทย์ของเธอทำให้ทั้งหมดบริเวณที่เธออยู่กลายเป็นคลื่นที่หมุนวนรอบตัวเธอด้วยเลือด เกราะและอาวุธแตกหักออกเป็นเสี่ยง ใครก็ตามที่เข้ามาในอาณาเขตทะเลเลือดจะถูกดูดและถูกฉีกออกเป็นชิ้นตายลงอย่างช้าๆ สิ่งเดียวที่ซับเอะซังแสดงออกเมีเพียงรอยยิ้มเล็กๆ พูดได้เลยว่าจัดให้น่ากลัวเทียบเท่าออคก้าคิจิคุงเลยทีเดียว

ฝั่ง บูระซาโตะ (ก๊อบซาโตะ) สุดยอดทักษะนักดาบคลั่ง สับคู่ต่อสู้เป็นเสี่ยงๆ เลือดของศัตรูที่สาดกระเซ็นออกมาถูกดูดซึมเข้าไปร่างกายของเธอ ทำให้ร่างของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงและดำเข้มขึ้น ความเร็วของเธอเพิ่มขึ้นจนเหมือนลำแสงสีแดงท่ามกลางสมรภูมิ ในชั่วขณะนั้นเธอช่างเหมือนเทพแห่งความตายที่ฟันศัตรูทุกคนที่อยู่ข้างหน้าเป็นชิ้นๆ (สีแดงแรงสามเท่า)

อาจเพราะผลของการฝึกซ้อมทุกวันของพวกเรา การร่วมกันโจมตีศัตรูวันนี้เลยชนะขาด จนดูเหมือนเป็นการทำลายล้างฝั่งเดียว ทั้งที่ตอนหลังในส่วนของผมใช้แต่ Halberd ที่ถูกทำให้แกร่งขึ้นโดย แบล็คสมิธซัง เพียงเท่านั้น บางทีผมค่อยหาวิธีไปขอบคุณเธอวันหน้า สำหรับการทำงานหนักของเธอ

หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 20 นาทีจากการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น การรบที่การันตีชัยชนะของเราตั้งแต่ทันทีที่เริ่มต้นหลังจากสังหารนักรบมังกรลง ศัตรูที่น่าเวทนาถูกกวาดล้างด้วยพลังการรบที่น่าสะพรึงของพวกเรา ด้วยความโหดสลัดผม ผมไม่คิดว่าทั้งค่ายศัตรูจะมีใครรอดไปได้สักคน ดีล่ะ...เป้าหมายในการรบครั้งนี้ของเราประสบความสำเร็จ ซึ่งทุกคนน่าจะได้ค่าประสปการณ์พอสมควร อุปกรณ์และสิ่งของที่ยังพอใช้ถูกรวบรวมมา เพราะร่างมนุษย์จำนวนมากพวกเราใช้เวลาไปพอสมควรในการเขมือบเลือดเนื้อของมนุษย์ทั้งหลาย

โรวใช้ skill [ย่อยอาหาร] [แวมไพร์พิลล่า] [การเปลี่ยนแปลงรูปร่าง] ช่วยในการกินและดูดซับชิ้นส่วนต่างๆ

Ability unlocked [เทคนิคฟันตัดขวาง]
Ability unlocked [เทคนิคฟันพายุ]
Ability unlocked [ป้องกันการสืบพันธ์]
Ability unlocked [รบกวนการตรวจจับ]
Ability unlocked [อัปเปอร์คัทอย่างแรง]
Ability unlocked [ฟันอย่างรุนแรง]
Ability unlocked [เลือดนักสู้]
Ability unlocked [อาชีพนักดาบ]
Ability unlocked [อาชีพหมอผ่าตัด]
Ability unlocked [อาชีพพยาบาล]
Ability unlocked [อาชีพผู้ใช้หอก-มาสเตอร์]
Ability unlocked [สัญชาติญาณการเอาตัวรอด]
Ability unlocked [ฆาตกรฆ่ายกครัว]
Ability unlocked [ตาเหยี่ยว]
Ability unlocked [อาชีพนักรบคลั่ง]
Ability unlocked [อาชีพนักมวยปล้ำ]
Ability unlocked [..ใจตุ๊ด..]
Ability unlocked [ความรู้ยิ่งใหญ่ของแม่ทัพ 100 บท]
Ability unlocked [การบินเบื้องต้น]
Ability unlocked [หอกดอกไม้พันต้น]
Ability unlocked [พัฒนากับดัก]
Ability unlocked [กอง Ono ?]

และแล้วก็มาถึงอาหารจานหลักในวันนี้ อัศวินแก่ผู้พิชิตมังกร แม้เกราะเกล็ดแสงและหอกที่เป็นอาวุธคลาสตำนานจะถูกกู้เก็บมาได้ โรวก็ตัดสินใจกินมันทั้งหมด ??!!

ได้เวลาหม่ำๆ {itadakimasu!}

Ability unlocked [แกรนครอส]
Ability unlocked [อาชีพ นักดาบมาสเตอร์]
Ability unlocked [อาชีพ ดราก้อนเสลเยอร์]
Ability unlocked [มังกรซ่อน]
Ability unlocked [ขัดเกลาเกล็ดมังกร]
Ability unlocked [แผลสลักคำสาป]

เป็นวันแห่งการล่าที่น่าพึงพอใจ พวกเราทุกคนกลับฐานด้วยสีหน้าของผู้ชนะ

จบ DAY 78

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น